ป่าคำชะโนดและผีจ้างหนัง

ป่าคำชะโนดและผีจ้างหนัง

ผืนป่าใหญ่กับตำนานเรื่องเล่าความลึกลับเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันและในเมืองไทยก็มีป่าหลายแห่งกับเรื่องเล่าชวนขนหัวลุกที่เล่าต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น เช่น ผืนป่าคำชะโนด ป่าขนาดพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี 

ที่มีชื่อว่าป่าคำชะโนดเพราะป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นคำชะโนด ต้นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะคล้ายต้นไม้ตระกูลปาล์มและหมากแต่สูงกว่า บางครั้งป่าคำชะโนดก็มีอีกชื่อเรียกหนนึ่งว่าเกาะลอยน้ำ เนื่องจากมีน้ำล้อมรอบป่าอยู่จึงมองดูเหมือนเป็นเกาะกลางน้ำอากาศจึงเย็นชื้นและบรรยากาศค่อนข้างเงียบวังเวง พอถึงช่วงฤดูมรสุมที่มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่หมู่บ้านซึ่งได้รับผลกระทบกันอย่างหนักแต่ผืนป่าแห่งนี้สามารถลอยเหนือน้ำและไม่โดนน้ำท่วมอย่างน่าทึ่งและเชื่อว่าที่เป็นแบบนี้เพราะเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยปกป้องไม่ให้ผืนป่าจมน้ำ จึงเป็นที่มาของตำนานเล่าขานกันว่าป่าแห่งนี้คือประตูไปสู่เมืองบาดาลและดินแดนของพญานาค ทว่าเรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องของความเชื่อที่ยากจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร

ป่าคำชะโนดและผีจ้างหนัง

ว่ากันว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าจะมีโครงการสำรวจพื้นที่ใต้น้ำบริเวณป่าคำชะโนดส่วนที่เป็นเกาะมาหลายรั้งแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถสามารถทำการสำรวจได้สำเร็จแบบจริงจัง ซึ่งทางกลุ่มนักสำรวจหลายๆ คนต่างก็เล่าว่าได้พบเหตุการณ์แปลกๆ และความลึกลับชวนพิศวง เช่น บริเวณใต้เกาะที่มีรากไม้ระโยงระยางซึ่งการทับถมของดินและต้นไม้เหล่านี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ลอยตัวได้ เมื่อสำรวจไปจนถึงโพรงรากไม้จุดหนึ่ง นักสำรวจพยายามจะเข้าไปในโพรงนั้นแต่ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาฉุดรั้งดึงขาไว้ สุดท้ายก็ต้องออกมาจากจุดนั้นเพราะอาจเกิดอันตรายกับนักสำรวจได้ หลังจากนั้นก็ลองเข้าไปสำรวจที่จุดนี้อีกครั้งแต่ก็พบว่าบริเวณโพรงมีรากเถาวัลย์หนาแน่นกว่าเดิมจนมาปิดทางเข้าแล้วก็ไม่สามารถเข้าไปตรงนี้ได้อีกเลย 

ป่าคำชะโนดและผีจ้างหนัง

และอีกหนึ่งตำนานชวนขนลุกแห่งป่าคำชะโนดที่เคยนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วก็คือเรื่องของ “ผีจ้างหนัง” เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2532 ธงชัย แสงชัย เจ้าของบริษัทฉายหนังกลางแปลงเล่าว่า มีใครคนหนึ่งมาจ้างให้ไปฉายหนังกลางแปลงที่งานวัดหมู่บ้านวังทองใกล้ๆ ป่าคำชะโนดในราคา 4,000 บาท โดยมีข้อแม้ว่าให้ฉายถึงตี 4 ของวันใหม่เท่านั้นและรีบออกไปจากหมู่บ้านก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ห้ามหันหลังกลับมามอง เมื่อได้รับเงินมัดจำแล้ว คุณธงชัยกับลูกน้องอีก 4 คน รวมเป็น 5 คน ก็เตรียมอุปกรณ์พร้อมทั้งฟิล์มหนังเดินทางไปด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ พอไปถึงป่าคำชะโนดก็เริ่มใกล้ค่ำยิ่งขับไปก็เหมือนจะหลงทางเพราะหาหมู่บ้านหรือคนที่จะมารับไม่เจอ ขณะที่ลังเลว่าจะกลับดีหรือไม่ ก็มีผู้หญิงใส่ชุดดำ 2 คนมาร้องเรียกว่าจะนำทางไปที่วัด คุณธงชัยก็รับขึ้นรถทั้งที่ในใจนึกสงสัยว่า 2 คนนี้อยู่ดีๆ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ 

ป่าคำชะโนดและผีจ้างหนัง

ยิ่งขับรถเข้าไปในหมู่บ้านก็ยิ่งน่าสงสัยเพราะไม่มีเสียงลำโพงงานวัหรือการละเล่นอะไรเลย กระทั่งถึงหมู่บ้านก็มีคนมารับ ทุกคนใส่ชุดสีขาวดำโดยผู้ชายใส่ชุดขาวผู้หญิงใส่ชุดดำและที่น่าแปลกกว่านั้นคือทุกคนจะทาหน้าขาวกันหมดเหมือนใช้ครีมพอกหน้า ระหว่างฉายหนังก็นั่งดูกันเงียบๆ หนังตลกก็ไม่มีใครพูดคุยหัวเราะกันเลย การฉายหนังผ่านไปได้ด้วยดี และผู้หญิง 2 คนที่มารับก็มาส่งคุณธงชัยกับทีมงานตรงทางออก พอรุ่งสางทุกคนไปในตลาดได้พูดคุยกับชาวบ้านก็พบว่าไม่มีใครรู้เรื่องเลยว่าเมื่อคืนมีงานวัด คุณธงชัยเกิดความแปลกใจเพราะเมื่อคืนชาวบ้านไปดูหนังเยอะมาทำไมคนแถวนี้ไม่รู้เรื่องจึงตัดสินใจไปหาเจ้าอาวาสที่วัดคำชะโนดและท่านก็ได้บอกว่า “โยมอาจถูกผีจ้างแล้วล่ะ” เรื่องชวนขนลุกนี้ ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมาและก็ยังเป็นเรื่องเล่าชวนขนลุกอีกเรื่องหนึ่งของป่าคำชะโนดมาจนทุกวันนี้